เคล็ดลับและลูกเล่นการแปลภาษา

มีบริการรับแปลภาษาฟรีมากมายบนเน็ต แต่บริการเหล่านี้ล้วนมีปัญหาสำคัญ การแปลภาษาดำเนินการโดยโปรแกรมแปลภาษาที่ไม่ใช่มนุษย์ และถึงแม้จะเป็นโปรแกรมที่ฉลาดมาก แต่ก็มีข้อบกพร่อง หากคุณไม่เชื่อ ใช้เนื้อหาเฉพาะด้านหนึ่งประมาณห้าบรรทัด แล้วให้โปรแกรมแปลภาษาแปลออกมา คุณจะเห็นได้เลยว่าโปรแกรมแปลภาษาไม่สามารถให้ความแม่นยำ และใช้ภาษาให้เข้ากับบริบทต่าง ๆ ที่นักแปลภาษามืออาชีพจะทำได้หลักการแปลภาษาคือเมื่อคุณถ่ายโอนความหมายของข้อความที่เขียนจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่ง แม้ว่านักแปลจะเลือกวิธีเดียวสำหรับข้อความทั้งหมด แต่ก็มีเทคนิคหลายอย่างที่สามารถใช้กับคำและวลีแต่ละคำได้ โดยการเลือกเทคนิคที่เหมาะสมอย่างรอบคอบ ผู้แปลภาษาสามารถถ่ายทอดแต่ละองค์ประกอบทางภาษาได้อย่างแม่นยำที่สุด ต่อไปนี้คือเทคนิคการแปลภาษาทั่วไป ที่เราสามารถใช้แปลเอกสารของคุณและได้งานแปลที่ดีที่สุด

กระชับ

จำไว้ว่าการแปลภาษาด้วยคอมพิวเตอร์เป็นกระบวนการทางคอมพิวเตอร์ที่ชอบคำและวลีทั่วไป เริ่มต้นด้วยประโยคและวลีที่เรียบง่าย ชัดเจน และเป็นทางการ ทำประโยคให้สั้น จำกัดไว้ 15-20 คำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ถ้าประโยคหนึ่งมีหลายความคิด ให้แบ่งเป็นหนึ่งประโยคต่อความคิด หลีกเลี่ยงคำและประโยคที่ซับซ้อนโดยไม่จำเป็น

เขียนให้ชัดเจนและเป็นทางการ

ในการแปลภาษาเอกสารของคุณในลักษณะที่จะหลีกเลี่ยงสำนวน ความคิดโบราณ สำนวนภาษาพูด และคำสแลง พิจารณาความหมายตามตัวอักษรของคำให้เข้ากับบริบทและประเภทของเอกสาร

หลีกเลี่ยงความคลุมเครือ

พยายามอย่าใช้คำหรือแปลภาษาที่มีความหมายมากกว่าหนึ่งความหมาย เช่น

– ใช้ “ภาพยนตร์” แทน “ฟิล์ม”

– ใช้ “ภาพวาด” หรือ “ภาพถ่าย” แทน “ภาพ”

คำที่ลงท้ายด้วย “ing” บางครั้งอาจคลุมเครือได้ เช่น “rowing” ซึ่งอาจเป็นคำนามหรือกริยาได้ หากเป็นไปได้ ให้เลือกทางเลือกอื่น

ตรวจสอบการสะกดและไวยากรณ์เสมอ

การสะกดหรือไวยากรณ์ไม่ถูกต้องทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการแปลภาษา เช่น หากสะกดำผิด นักแปลภาษาจะไม่สามารถระบุคำได้

การแปลภาษาโดยตรง

เทคนิคการแปลภาษาโดยตรงนี้ใช้เมื่อสามารถใช้แนวคิดและโครงสร้างของภาษาต้นฉบับในภาษาเป้าหมายได้

  1. การยืมคำ

การยืมคำคือการนำคำหรือสำนวนโดยตรงจากข้อความต้นฉบับและส่งต่อไปยังภาษาเป้าหมาย เทคนิคนี้มักใช้เมื่อไม่มีภาษาเป้าหมายเทียบเท่า เช่น อาหารหรือเสื้อผ้า และสามารถช่วยรักษาบริบททางวัฒนธรรมของข้อความต้นฉบับได้ภาษาอังกฤษเต็มไปด้วยคำที่ยืมมาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาษาในชีวิตประจำวันของเรา หากคำที่ยืมมายังไม่เข้าสู่การใช้งานทั่วไป มักจะเขียนด้วยตัวเอียง สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อนิพจน์หรือแม้แต่คำเดียวเป็นเรื่องธรรมดาพอที่จะใส่ลงในการแปลภาษาตามที่เป็นอยู่ แม้ว่าสิ่งนี้มักจะเกิดขึ้นกับการแปลเอกสารทางการแพทย์ แต่ก็มักจะเป็นกรณีนี้ในการแปลวรรณกรรมด้วย บางครั้งคำและสำนวนในภาษาแม่ก็ต้องปล่อยไว้ตามเดิม บางครั้งการแสดงออกก็ไม่สามารถแปลได้เช่นกัน อีกครั้ง ขึ้นอยู่กับผู้แปลที่ต้องตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในเรื่องนี้

ตัวอย่าง: คาเฟ่ (ฝรั่งเศส) แฮมเบอร์เกอร์ (เยอรมัน) กิโมโน (ญี่ปุ่น) และกิมจิ (เกาหลี)

  1. แปลตามตัวอักษรของวลี

การแปลตามตัวอักษรของวลีจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่ง ซึ่งเป็นการสร้างคำใหม่ในภาษาเป้าหมาย กล่าวอีกนัยหนึ่งนี่คือการแปลตามตัวอักษรของคำที่ยืมมา

ตัวอย่าง: คำว่า ‘ตึกระฟ้า’ ในภาษาอังกฤษแปลว่า ‘gratte-ciel’ ในภาษาฝรั่งเศส

  1. การแปลตามตัวอักษร

เมื่อใช้การแปลตามตัวอักษร แต่ละคำจะถูกแปลโดยตรง ข้อความเป้าหมายจะต้องเป็นสำนวนและคงลำดับคำ ความหมาย และรูปแบบเดียวกันกับข้อความต้นฉบับ

เทคนิคนี้อาจพลาดความแตกต่างของข้อความต้นฉบับ และเป็นไปได้เฉพาะกับภาษาและวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดที่สุดเท่านั้น

ตัวอย่าง: ภาษาอังกฤษ ‘I want a glass of water’ จะแปลตามตัวอักษรว่า ‘Je veux un verre d’eau’ ในภาษาฝรั่งเศส

การแปลภาษาทางอ้อม

เทคนิคการแปลภาษาโดยอ้อมจะใช้เมื่อทั้งสองภาษาและวัฒนธรรมห่างกันมากขึ้น เทคนิคเหล่านี้เปลี่ยนองค์ประกอบโครงสร้างและแนวคิดเพื่อรักษาความหมายและความแตกต่างของข้อความ

  1. การขนย้าย

การขนย้ายเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนจากหมวดหมู่ไวยากรณ์หนึ่งไปยังอีกหมวดหมู่หนึ่ง ในขณะที่ยังคงรักษาความหมายไว้ เทคนิคการแปลภาษานี้มักจะเป็นสิ่งที่จำเป็นระหว่างภาษาที่มีโครงสร้างไวยากรณ์ที่แตกต่างกัน

ตัวอย่าง: ประโยคภาษาฝรั่งเศส ‘Je l’ai vu avant la rentrée’ สามารถแสดงเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า ‘ฉันเห็นเธอก่อนเปิดเทอม’ สิ่งนี้จะเปลี่ยนคำนาม ‘la rentrée’ เป็นคำกริยา

  1. การมอดูเลต

สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนมุมมอง การปรับสิ่งที่เขียนเพื่อแสดงแนวคิดเดียวกันและรักษาความหมายไว้ ซึ่งแปลข้อความในลักษณะที่สอดคล้องกับรูปแบบธรรมชาติของภาษาเป้าหมาย

ตัวอย่าง: ผู้พูดภาษาฝรั่งเศสจะพูดถึง ‘dernier étage’ [ตามตัวอักษร; ขั้นสุดท้าย] ของอาคาร ในขณะที่ผู้พูดภาษาอังกฤษจะหมายถึง ‘ชั้นบนสุด’

  1. ความเท่าเทียมกัน / การปฏิรูป

คล้ายกับการมอดูเลต วิธีนี้ช่วยให้คุณรักษาความหมายของนิพจน์ ชื่อ หรือสุภาษิตโดยการค้นหาภาษาเป้าหมายที่เทียบเท่า

ตัวอย่าง: วลี ‘être sur son 31’ [ตามตัวอักษร; อยู่ในวัยสามสิบเอ็ด] จะเป็นภาษาฝรั่งเศสที่เทียบเท่ากับวลีภาษาอังกฤษ ‘to be dressed up to the nines’

  1. การปรับตัว

หรือที่เรียกว่าการทดแทนทางวัฒนธรรม องค์ประกอบทางวัฒนธรรมของภาษาต้นฉบับจะถูกแทนที่ด้วยองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่เทียบเท่ากับภาษาเป้าหมาย ทำให้ข้อความคุ้นเคยและเข้าใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับหน่วยวัด

ตัวอย่าง: Cyclisme (ฝรั่งเศส) = ฟุตบอล (สหราชอาณาจักร) = เบสบอล (สหรัฐฯ)

  1. การเลือกคำ

เทคนิคนี้ชดเชยการไม่สามารถแปลความแตกต่างเล็กน้อยหรือวลีในที่ใดที่หนึ่งโดยการแสดงข้อมูลที่จุดอื่นในเอกสาร

ตัวอย่าง: แม้ว่าภาษาอังกฤษจะพูดคำว่า ‘คุณ’ ได้เพียงวิธีเดียว แต่ภาษาฝรั่งเศสมีทั้ง ‘tu’ (ไม่เป็นทางการ) และ ‘vous’ (ทางการ) โดยการเลือกคำที่เฉพาะเจาะจงในส่วนอื่นของข้อความ นักแปลสามารถชดเชยการสูญเสียความแตกต่างเล็กน้อยได้

กระจายพื้นที่หัวข้อของคุณ

หากคุณต้องการเป็นนักรับแปลภาษามืออาชีพ คุณต้องอ่านและอ่านให้มาก การยึดติดกับหนังสือเพียงประเภทเดียวและหนึ่งหรือสองภาษาไม่ทำให้เกิดทักษะการแปลภาษาที่ดีได้ ในขณะที่คุณเชี่ยวชาญภาษา ให้เริ่มอ่านในภาษาเหล่านั้น อ่านหนังสือทุกประเภท สิ่งนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจรายละเอียดปลีกย่อยและสไตล์ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม

การเลือกเคล็ดลับและเทคนิคการแปลภาษาที่เหมาะสมสำหรับการแปลภาษาที่ดีที่สุดเทคนิคที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี โดยพิจารณาจากประเภทข้อความ ผู้อ่านเป้าหมาย และจุดประสงค์สุดท้ายของการแปลภาษา ทีมนักแปลมืออาชีพจะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในทั้งสองภาษาเพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมสำหรับข้อความของคุณ เพื่อให้คุณได้การแปลภาษาที่แม่นยำที่สุด